กลับหน้าหลัก
ผลงานออกแบบโฮมเพจ
ของนักเรียน
กลับหน้าหลักสมุนไพร
ชื่อสมุนไพร
กรรณิการ์
กระแจะ
กระชาย
กระดังงาไทย
กฤษณา
กระทงลาย
กระท้อน
กระเบา
กันเกรา
ขมิ้นชัน
ขลู่
ข่อย
ขันทองพยาบาท
ข่า
ขิง
จันทร์ชะมด
เจตมูลเพลิงขาว
เจตมูลเพลิงเเดง
ชมพู่น้ำดอกไม้
ชะมวง
ชิงชี่
ชุมเห็ดเทศ
ดีปลี
ตองแตก
ตะไคร้
ทองพันชั่ง
ทับทิม

ไทรย้อยใบแหลม

บอระเพ็ด
บัวบก
Webmaster
Samunpri
 
   
 
   
 

กระเบา

ชื่อพื้นเมือง : กระเบา (ชุมพร)

ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Hydnocarpus wrayi King

ชื่อวงศ์ : FLACOURTIACEAE


ลักษณะ : ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 8-21 ม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรีหรือรูปขอบขนาน ปลายเป็นติ่งแหลมสั้นๆ โคนสอบกว้างถึงมน เบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบ ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามง่ามใบช่อละ 2-3 ดอก กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ค่อนข้างกลม กลีบดอก 7-10 กลีบ สีขาวหรือขาวอมเขียว รูปขอบขนาน เกสรเพศผู้ 15-17 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ หรือเป็นคู่ตามง่ามใบ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เหมือนกับดอกเพศผู้ รังไข่รูปไข่ มีขนเหมือนกำมะหยี่สีน้ำตาลอมเหลือง ยอดเกสรเพศเมียใหญ่ แยกเป็น 5 แฉก ผลรูปรีแกมรูปไข่แคบๆ สอบเรียวไปยังปลายทั้งสอง ที่ปลายเป็นจะงอยเปลือกแข็ง มีขนเหมือนกำมะหยี่สีน้ำตาลอมเหลือง เมล็ดมีจำนวนมาก รูปยาวเรียว ยาวประมาณ 2 ซม.
ชื่ออื่น กระเบาน้ำ, กระเบาเบ้าแข็ง, กระเบาใหญ่, กาหลง, แก้วกาหลง, กระเบา (ภาคกลาง), กระเบาตึก (เขมร-อีสาน), ตัวโฮ่งจี๊ (จีน), เบา (สุราษฎร์)
กระเบาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ลำต้นเปลาตรง ใบเดี่ยวเรียงสลับ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 15-24 ซม. โคนใบมนปลายเรียวแหลม ดอกแยกเพศและอยู่ต่างต้น ดอกเพศผู้สีชมพูกลิ่นหอมมากเรียกกันว่า ดอกแก้วกาหลง ออกเดี่ยวตามซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ลักษณะคล้ายดอกเพศผู้ ผลกลม ขนาดเส้นผ่านศูนยืกลาง 8-10 ซม. ผิวเรียบ มีขนหรือเกล็ดสีน้ำตาลแดง ลักษณะคล้ายผลมะขวิด มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีเขตการกระจายพันธุ์ตามป่าดิบใกล้น้ำทางภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกดอกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็๋ด
ผลสุกของกระเบารับประทานเนื้อหุ้มเมล็ดได้ เนื้อนุ่ม รสหวานมัน คล้ายเผือกต้ม มีเมล็ดกลมขนาดนิ้วมือ น้ำมันในเมล็ดใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อนและโรคผิวหนังอื่น ๆ เป็นส่วนผสมของน้ำมันใส่ผมได้ดีที่สุด เพราะรักษาผิวหนังบนศีรษะด้วย เนื้อไม้มีสีแดงแกมน้ำตาลเมื่อตัดใหม่ แต่นานไปจะมีสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียดและสม่ำเสมอ แข็ง เลื่อยผ่าง่าย เนื้อไม้ใช้ทำกระดานพื้นบ้าน และทำพื้น
คนพื้นบ้านในพิจิตรใช้เมล้ดกระเบาตำให้ละเอียด อัดใส่ชิ้นตับควายสดให้คนหรือสุนัขกลืนดิบ ๆ จะทำให้ผิวหนังที่เป็นโรคเรื้อนหายเป็นปกติได้จนกว่าจะหมดฤทธิ์ยา เมล็ดกระเบาทำให้เมาได้ ต้องใช้ในปริมาณน้อย (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคล ซึ่งผู้เขียนยังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง)
ในหนังสือพุทธประวัติของนักธรรมชั้นตรีกล่าวว่า กระเบาเป็นพรรณไม้ประจำตระกูลโกลิยวงศ์ ซึ่งเป็นตระกูลของพระนางพิมพา คำว่า โกลิยวงศ์ หมายถึงวงศ์ไม้กระเบา ในสมัยพุทธกาลนิยมตั้งชื่อพรรณไม้เป็นชื่อประจำวงศ์ตระกูล น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า มนุษย์ในยุคก่อนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว (ความเห็นของผู้เขียน)


ประโยชน์ : -

โทษ : -