กลับหน้าหลัก
ชื่อสมุนไพร
กรรณิการ์
กระแจะ
กระชาย
กระดังงาไทย
กฤษณา
กระทงลาย
กระท้อน
กระเบา
กันเกรา
ขมิ้นชัน
ขลู่
ข่อย
ขันทองพยาบาท
ข่า
ขิง
จันทร์ชะมด
เจตมูลเพลิงขาว
เจตมูลเพลิงเเดง
ชมพู่น้ำดอกไม้
ชะมวง
ชิงชี่
ชุมเห็ดเทศ
ดีปลี
ตองแตก
ตะไคร้
ทองพันชั่ง
ทับทิม

 ไทรย้อยใบแหลม

บอระเพ็ด
บัวบก
Webmaster
Samunpri
 
   
 
   
 

ชมพู่น้ำดอกไม้

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium jambos (L.) Alston
วงศ์ : Myrtaceae
ชื่อสามัญ : Rose Apple
ชื่ออื่น : ฝรั่งน้ำ ชมพู่น้ำ(ใต้) ชมพู่น้ำดอกไม้(ไทย) มะชมพู่ มะน้ำหอม (พายัพ) มะชามุต(น่าน) ยามูปะนาวา(มลายู-ยะลา)
ลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3 - 4 ซม. 12 - 17 ซม. ดอก ช่อกระจะ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อย 3 - 8 ดอก กลีบดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ฐานรองดอกรูปกรวย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด กินได้ รูปเกือบกลม เส้นผ่าศูนย์ กลาง 5 - 6 ซม.
ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร

สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา

ผล - ใช้ปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้
เปลือก, ต้น และเมล็ด - แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย

ประโยชน์ :ใช้ผลปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้เปลือก ต้น และเมล็ด แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย
วิธีการปลูก :
การขยายพันธุ์ชมพู่น้ำดอกไม้ ทำได้ 2 วิธี คือ ใช้เมล็ดและกิ่งตอน การปลูก ขุดดินให้ลึก – กว้าง 50 เซนติเมตร แล้วนำเมล็ดหรือกิ่งตอนของชมพู่ลงปลูก เกลี่ยดินกลบ แล้วนำใบตองปิดโคนต้นเพื่อช่วยเก็บความชื้น รดน้ำ 2 วัน /ครั้ง เมื่อปลูกแล้ว ( ถ้าเป็นกิ่งตอน ) ให้ทำไม้ปักยึดผูกกับต้น เพื่อป้องกันการโค่นล้ม โดนลม ป้องกันไม้ให้เฉา ควรปลูกใกล้คลอง เพราะชมพู่น้ำดอกไม้เป็น ไม้ผลที่ชอบน้ำ ชมพู่น้ำดอกไม้จะเริ่มออกผลปลายฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน การดูแลรักษาง่ายไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง เพียงแต่ห่อผลด้วยถุงพลาสติก เพื่อป้องกันนก กระรอกและแมลงรบกวนเท่านั้น
ชมพู่น้ำดอกไมปลูกง่าย โตไวให้ผลได้ใน 2 ปี ลักษณะใบจะเรียวยาวคล้ายใบมะม่วงขนาดเล็ก ผลคล้ายลูกจัน เมื่อสุกมีกลิ่นหอมคล้ายดอกนมแมว ถ้าปลูกไว้ห่างจากบ้านประมาณ 2 เมตร จะได้กลิ่นหอม ผลมีน้ำหนักประมาณ 80 – 100 กรัม ความหวาน 16 องศาบริกซ์ ( หวานกว่าชมพู่ทุกชนิด ) เนื้ออ่อนนุ่มชวนรับประทาน
มีการศึกษาวิจัย พบว่าสารสกัดจากอะซิโตนและน้ำจากเปลือกของต้นชมพู่น้ำดอกไม้(Syzygium jambos ( L. ) Alston แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Staphylococcus aureus , Yersinia enterocolitica , Staphylococcus hominis , Staphylococcus cohnii และ Staphylococcus warneri โดยสารสำคัญในการแสดงฤทธิ์ดังกล่าวคือ แทนนิน ที่มีปริมาณมากในสารสกัด ( 77% ในสารสกัดจากน้ำและ 83% ในสารสกัดจากอะซิโตน )
 ชมพู่น้ำดอกไม้เป็นผลไม้ไทยโบราณที่นับวันจะหายากมากขึ้นเรื่อยๆ ผลสุกมีกลิ่นหอมแบบดอกกุหลาบ โตไวและเลี้ยงง่าย ผลไม้เก่าแก่ชนิดนี้กำลังจะสูญหายไปกับกาลเวลา คงถึงเวลาที่เราต้องเร่งอนุรักษ์กัน เข้ามาเยี่ยมชมและรู้จักกับสมบัติของท้องถิ่นไทยอีกชนิดกันนะครับ

                     ต้นไม้ตระกูล "ชมพู่" ในบ้านเรานิยมปลูกกันมีหลากหลายสายพันธุ์ บ้างปลูกประดับเพื่อความสวยงามหรืออนุรักษ์ อย่าง “ชมพู่น้ำดอกไม้” ชื่ออื่นเรียก “ฝรั่งน้ำ” มีถิ่นกำเนิดแถบมลายู เป็นไม้ดั้งเดิมของไทย ข้อดีคือ มีกลิ่นหอม ผลสีสันสวยงาม ปัจจุบันเป็นพรรณไม้หายาก  
ถิ่นที่อยู่ : พรรณไม้นี้มักจะขึ้นตามป่าราบทั่ว ๆ ไป และจะมีปลูกกันไว้บ้าง ตามสวน เพื่อกินหรือขายเป็นสินค้าก็ได้
การขยายพันธุ์
   1.การเพาะเมล็ด
   2.การตอนกิ่ง
ประโยชน์   ใช้ผลปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้เปลือก ต้น และเมล็ด แก้เบาหวานและแก้ท้องเสีย