กลับสู่หน้าหลัก
หน้า
กลับสู่หน้าหลัก
 
 
19 20 22
24 23 24
24 24 24
 

รายงานการประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4
ในโอกาสวันครูโลก และการประชุมนานาชาติ UNECO – APEID ครั้งที่ 12
ณ อาคารคอนแวนชันเซ็นเตอร์ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค
เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

******************************************************

 

                ก่อนพิธีเปิด ในวันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552
เป็นการชมวีดีทัศน์การยกย่องเชิดชูเกียรติครูของ  UNESCO และ สพฐ.  ต่อจากนั้นจะเป็นการชมการแสดงวิวิธทัศนายกย่องเชิดชูเกียรติครู จากนักเรียนโรงเรียนต่างๆด้วยภาษาหลายๆภาษา ได้แก่  ฝรั่งเศส เยอรมัน  ญี่ปุ่น  จีน  อังกฤษ เป็นต้น

                ลำดับแรกเป็นการกล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุมโดย  MR . Gwang Jo Kim  ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก  มีสาระสำคัญดังนี้
                1. ครูเป็นศูนย์กลางของระบบ  การให้ความรู้ และจัดการศึกษาเพื่อให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน  ครูควรจะมีการปรับได้ทุกสถานการณ์  ไม่ว่าจะมีแหล่งเรียนรู้น้อย  ห้องเรียนแคบ  หรืออยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี
                2. ทั่วโลกมีครูอยู่ประมาณ 18 ล้านคน  หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะต้องมีส่วนช่วยให้ครูทำงานได้  เช่น  จัดให้มีการรับรางวัลต่างๆ   จัดโครงการประเมินคุณภาพครูและนักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ
                3. ควรมีการเตรียมความพร้อมให้กับครู ทั้งครูเก่าและครูใหม่ที่จะเข้ามา  ภายใน 2010 ดังนี้
                                3.1 ครูจะต้องมีความรู้เบ็ดเสร็จรอบด้าน  ทั้งในด้านความรู้  และสิ่งต่างๆรอบตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น  เช่น  ความล้มเหลวของภาวะเศรษฐกิจ  หรือการกระจายของโรคเอดส์
                                3.2 ครูจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถ  ที่จะสอนโดยใช้สื่อ  และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย   อาจจะสอนโดยใช้การ์ตูน  หรือสอนโดยการปฏิบัติ
                                3.3 ครูควรมีการนำเสนอผลงานของตนเอง  ทุกปี เพื่อทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

                ลำดับต่อมา    นายจุลินทร์  ลักษณวิศิษฐ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าว รายงาน  เกี่ยวกับการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติครูที่มีผลงานและนวัตกรรม  รวมทั้ง การแลกเปลี่ยนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์  ต่อประธานในพิธีเปิด  คือ  นายอภิสิทธิ์   เวชาชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี   ซึ่งได้กล่าวถึงโครงการต่างๆที่สนับสนุนการทำงานของครูในประเทศไทย  มีสาระสำคัญดังนี้
                1.มีโครงการผลิตครู 5 ปี  เพื่อเน้นการฝึกสอนก่อนสอนจริง
               
2. มีการประเมินคุณภาพครู  และให้ค่าตอบแทนเหมือนข้าราชการอื่นๆ
               
3.มีโครงการให้ครูทำงานวิจัย
               
4.มีโครงการให้นักเรียนเรียนฟรี 15 ปี  โดยใช้งบประมาณ 80 ล้าน
               
5.มีโครงการให้โรงเรียนจัดการติวและการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ นอกเวลาเรียนปกติ
               
6.ครูจะต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องมีนวัตกรรมในการสอน  และสามารถที่จะพัฒนาทักษะโดยการผสมผสานโลกาภิวัตน์   และชุมชนภิวัฒน์  เข้าด้วยกัน    ทั้งนี้ ครูควรจะยึดหลักว่า “  ด็กจะรู้อะไร  ก็ขึ้นอยู่กับครู “ 

                หลังจากประธานทำพิธีเปิดเรียบร้อยแล้ว  ประธานก็เยี่ยมชมนิทรรศการ   ส่วนในห้องประชุมก็ดำเนินรายการต่อ  เป็นการบรรยายพิเศษ เพื่อเป็นเกียรติ แด่ Raja Roy Sigh  อดีตผู้อำนวยการ UNESCO  ประจำประเทศไทยนานที่สุดซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ในแถบเอเชีย มาโดยตลอด  โดย Dr. Sheldon  Shaeffer   อดีตผู้อำนวยการ  UNESCO ประจำประเทศไทย อีกท่านหนึ่ง เป็นการเสนอแนวความคิดของการศึกษาที่ดี   ของครูที่ดี  40 ปีย้อนหลัง  มีสาระสำคัญดังนี้
               
1.มีการบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ
               
2.มาตรฐานการศึกษาจะต้องควบคู่กับโลกาภิวัตน์  รวมไปถึงประเพณีและวัฒนธรรมด้วย
               
3.ครูเป็นคนสำคัญ  ที่จะช่วยการศึกษา และช่วยโลกให้เกิดการพัฒนา  ดังนั้นครูจึงไม่ใช่สอนนักเรียนให้รู้ทักษะเบื้องต้นเท่านั้น  เรียนรู้จากที่โรงเรียนแล้ว  สามารถนำไปใช้ที่บ้านได้  การสอนที่ใช้แหล่งเรียนรู้  โดยเฉพาะแหล่งเรียนรู้ในชุมชน   หรือในโรงเรียน  แม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆที่มีอยู่ในโรงเรียน ให้ครูถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นโอกาส  เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะช่วยพัฒนานักเรียนได้เต็มศักยภาพ
               
4.รัฐบาลควรมีโครงการที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูโดย  มีผลตอบแทน  จัดรางวัลสำหรับครูที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  และการพัฒนานั้นได้ส่งผลถึงผู้เรียนโดยตรง รวมไปถึงให้เห็นความก้าวหน้าในวิชาชีพ   เช่น  การเป็นผู้บริหาร  หรือ  เป็นครูตัวอย่างเป็นต้น
               
5.ครูจะต้องมีจรรยาบรรณที่จะไม่ล่วงเกินนักเรียนในรูปแบบต่างๆ  ไม่ควรไปจี้จุดบกพร่องของนักเรียน  ครูไม่ควรใช้วิธีการหันหลังกลับ   ไปใช้วิธีการสอนที่ตนเองได้เคยเรียนมาก่อน   ควรจัดการศึกษาแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง  มีบรรยากาศแบบ Town Friendly  โดยมีบรรยากาศภายในโรงเรียนที่ปลอดภัย  และสร้างเสริมสุขภาพที่ดี
               
6.ครูควรวิเคราะห์ได้ว่า  นักเรียนคนใดที่มีแนวโน้มที่จะออกกลางคัน   จะต้องหาทางช่วยให้ทัน  และให้เขามีโอกาสได้เรียน
               
7.มีโครงการที่จะช่วยครูใหม่  โดยให้แรงจูงใจ  ให้เข้ามาทำงานเป็นครู   มีการฝึกสอนจริง  ในสถานการณ์จริง  เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนไปเป็นครูจริง

                ลำดับต่อมา   เป็นการประชุมในหัวข้อ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่วิชาชีพครูในศตวรรษที่ 21โดยมี ดร.ศิริพร   บุญญานันท์  เป็นผู้นำอภิปราย  ผู้ร่วมอภิปราย  คือ Dame  Pat  Collarbone   จากประเทศอังกฤษ  Carok  Kayrooz , Professor   จากมหาวิทยาลัยแคนเบอรา  ประเทศออสเตรเลีย  Dam  Buckley  ผู้อำนวยการด้านการวิจัยการศึกษา จากประเทศอังกฤษ  และ Eduardo Velez  Bustillo  จากลาตินอเมริกา  ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
                1. การปฏิรูปการศึกษาในประเทศอังกฤษ  จะมุ่งมาที่การพัฒนาครูมุ่งเน้นให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ที่เน้นนักเรียน  เป็นผู้ที่สำคัญที่สุด  พร้อมๆกับจะต้องฟังสียงสะท้อนจากบิดามารดา  ของนักเรียนด้วย   ส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  จะต้องสอดแทรกวัฒนธรรมในการเปลี่ยนแปลง  ในช่วงนั้นลงไปด้วย  วิธีนี้ได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี  2003
                2. ควรมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมครู   ให้ทำงานร่วมกันได้มีการยอมรับและยกย่องในความเป็นผู้นำของครูระดับ  ครูผู้สอน  ระดับโรงเรียน  ระดับเขตพื้นที่   ระดับจังหวัด  หรือระดับประเทศ  รวมไปถึงการสร้างความไว้วางใจ   มีการท้าทาย   มีการสนับสนุน   มีการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ   และครูจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
                3. โรงเรียนควรกระจายภาวะผู้นำไปยังครู   เนื่องจากถ้าดูตามโครงสร้างของครู   ครูเป็นเจ้าของการปฏิรูป   จึงควรส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
                4. ปัจจัยที่จะผลักดันให้ครูเก่ามีการพัฒนาที่มากขึ้น  และดึงครูใหม่ที่เก่งๆมาแทนที่   ควรจะรวมกันเป็นองค์กรครู   มารวมกันให้เป็นพลังก่อนที่จะเกษียณ  เพื่อจูงใจให้ครูรุ่นใหม่ได้อยู่นานๆ
                5. มีการกระจายภาวะผู้นำในตัวครูแต่ละโรงเรียน  มาร่วมกันวางวิสัยทัศน์ร่วมกัน   มีการทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่ครู   และส่งเสริมให้มีความหลากหลายในทัศนคติครู  รวมไปถึงการสร้างเครือข่าย ระหว่างโรงเรียน
                6. ผู้บริหารมีส่วนร่วมในการทำงานกับครู  ทั้งในโรงเรียนและต่างโรงเรียน
                7. ครูควรมีส่วนช่วยให้มีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา  โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ( เป็นแกนกลาง )  โดยใช้ The  T – Route Model  ซึ่งครูเป็นผู้นำส่งความรู้ให้  ผู้เรียนบริโภค  และ  The P-Route  Model    เป็นวิธีการที่ครูรู้จักนักเรียนทุกคน   ให้เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม
                8. การสอนโดย P – Route   ( Practice  Vs  Rerearch  )  ทำให้นักเรียนมีภาวะผู้นำมากขึ้น   มีการท้าทายนักเรียน ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร   ส่งผลให้นักเรียนสามารถสร้างหลักสูตร  สำหรับตนเองได้   เป็นวิธีการที่ใช้ความพยายามร่วมกัน    ที่จะกำจัดความเสี่ยง   พยายามทำให้นักเรียนได้ทำงาน ในสิ่งที่ตนเองพึงพอใจมากที่สุด   นอกจากครูและนักเรียนจะได้รับแรงจูงใจจากบิดามารดา  ภายในสิ่งแวดล้อมที่ดี   และส่งผลให้นักเรียนมีการให้   มีการแบ่งปัน  และสามารถหาความรู้  ได้กับสิ่งรอบด้าน
                แต่ถ้าประสงค์จะให้การจัดการเรียนการสอน  มีความครบถ้วนสมบูรณ์   ควรจะใช้  T – Route  และ  P – Route    นั่นคือมีทั้ง  Training และการใช้สิ่งแวดล้อม
                9. ครูควรมีนวัตกรรม  เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนั่นคือ   สิ่งที่ท้าทายในศตวรรษที่ 2010
                10. ข้อมูลจากลาตินอเมริกา  ก็เช่นเดียวกัน   ให้ความสำคัญไปที่ครู  ครูเป็นผู้ที่มีบทบาท  สำคัญมากที่จะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จึงพยายามให้แรงจูงใจต่อครู   โดยเพิ่มเงินเดือน  เพิ่มค่าตอบแทน   หรือเพิ่มบำนาญ   บางประเทศจัดระบบโครงสร้างเงินเดือนโดยทำทั้งระบบ  บางประเทศ   จะจ่ายเงินเดือนตามผลงานการประเมิน   แต่ถ้าเป็นมิติทางการเมืองจะไม่สนับสนุนให้จัดระบบเงินเดือน เพราะสูญเสียอำนาจ    ได้มีงานวิจัยเรื่อง การให้แรงจูงใจต่อครู  มีผลอย่างไร ต่อการพัฒนาผู้เรียน  ผลการวิจัยพบว่าถ้า  แรงจูงใจดีเกินไปจะทำให้ครูที่ขาดคุณสมบัติก็ยังอยู่ต่อไป   ไม่สามารถให้ออกได้  ส่วนผลที่ส่งถึงนักเรียนคือ  นักเรียนส่วนใหญ่  เก่งเฉพาะภาษาไม่เก่งคำนวณ
                11. การสนับสนุนการสอนที่ดี   ควรดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม  และควรมีการฝึกอบรมครู  อย่างต่อเนื่อง

                ลำดับต่อมา เป็นการนำเสนอผลงานจากนักวิชาการประเทศต่างๆ   ในหัวข้อ การปรับทิศทางและกลยุทธ์การศึกษาสำหรับครู  เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน    จาก  Annette  Gough  ประเทศออสเตรเลีย  Per Sumd จากประเทศสวีเดน  Uthai  Dulyakaream  จากมหาวิทยาลัยศิลปากร  ประเทศไทย และ Prapapat  Niyom  จากโรงเรียนรุ่งอรุณ  ประเทศไทย   มีสาระสำคัญดังนี้
                1.  การให้การศึกษาที่ยั่งยืนกับครู  จะเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้  โดยให้กับครูทุกระดับ    โดยเริ่มจากที่ยังไม่ได้เป็นครู  จนเป็นครู   พร้อมๆกับ ให้ความรู้เพิ่มเติมกับผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วอีกด้วย   โดยจะต้องเพิ่มเติมถึงความตระหนักในสิ่งแวดล้อม   แก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้   และ สอนให้คิดเป็นระบบ   จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
                2. ควรบรรจุหลักสูตรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเข้าไปในการศึกษาที่ผลิตครู   เพื่อที่จะให้ครู  มีความสามารถหยิบยกสิ่งแวดล้อม  ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน  มาเป็นแหล่งเรียนรู้  หรือจะเชิญบุคคลที่มีความรู้  ภายนอกเข้ามาเป็นวิทยากรท้องถิ่นก็ได้
                3. ควรมีการปรับหลักสูตรที่จะผลิตครูใหม่ออกมา   เพิ่มเนื้อหา เกี่ยวกับ  Socialization  เพื่อให้ผู้ที่จะเป็นครูได้สามารถวิเคราะห์สังคม  และการสร้างความสุขที่จะก่อเกิดในแต่ละสังคมด้วย  นอกจากนี้ผู้ที่จะเป็นครู   จะต้องเรียนภาคทฤษฎี   นำไปปฏิบัติในสถานที่จริง  แล้วกลับมาโดยนำความรู้จากการปฏิบัติ และร่วมอภิปรายโดยที่นักศึกษาครูก็พอใจ  และครูในโรงเรียนก็พอใจ  เพราะได้ความรู้ใหม่ๆ จากนักศึกษา  รวมไปถึงการปลูกฝังประชาธิปไตย  สิ่งดังกล่าว  นักศึกษาครูจะต้องนำไปใช้ในช่วงฝึกสอนก่อนที่จะไปสอนจริง
                4. การเรียนรู้แบบองค์รวม  จะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้แต่ครูจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม   และยินดีที่จะเรียนของใหม่ๆ   ซึ่งจะมีองค์ประกอบ  3  ส่วน  ดังนี้
                - Deep Learning  โดยการพาไปเรียนในสถานที่จริง ( Action – Learning   in  Real  Sector )
                - Learning by doing  โดยไปอยู่กับ Home stay    ทำเหมือนในชีวิตจริง   เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่า  ความสำเร็จจะต้องมาจากความพยายาม  รวมไปถึงการรู้คุณค่า  และการอยู่ได้ด้วยตนเอง   เนื่องจากได้เห็นถึงความเหนื่อยยาก   และไม่คิดว่าทุกอย่างจะสำเร็จได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว
                - Interconnecting Communication – Based  Learning  โดยใช้การสื่อสารที่เชื่อมโยงกัน  ใช้การสื่อสารโดยเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ   และนำนักเรียนไปร่วมกับชุมชนจัดทำเป็นเครือข่าย
                5. ครูควรจะต้องเคารพนักเรียน  เพราะมุมมองของนักเรียนในบางครั้งจะแตกต่างจากครู   แต่ครูจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

                สาระน่ารู้ที่ได้รับจากการนำเสนอผลงาน
               
1.บทความเรื่องครู  : รากแก้วแห่งการสร้างอัตลักษณ์ของชาติของ รศ.ดร.ธงชัย   ได้กล่าวถึงครูควรจะเป็นบุคคลที่มีลักษณะ  ดังนี้
               
- การลุ่มลึกถึงวิธีการสอน ของการสร้างชาตินิยม
               
- ความมั่งคั่งทางสติปัญญา  ทุนทางปัญญา   มีความสามารถ   มีศักยภาพ และมีสมรรถภาพ  ในการผลิตครูใหม่
               
- รื้อฟื้นบ่อเพาะจิตวิญญาณแห่งความสัมพันธ์  ระหว่างครูกับศิษย์

ตระหนัก / รับรู้

กระบวนการหลากหลาย

ตกผลึก

ประยุกต์ใช้

บทสรุปของครูที่ควรเกิดขึ้น
                สอนแล้วเกิดภาพอย่างไร   สร้างภาพหรือสร้างสุข   สอนให้คิดได้หรือได้คิด  สอนแบบเรียนรู้ร่วมกันหรือ เรียนรู้ลอกกัน   สอนให้เข้าใจ   หรือเข้าสมอง
                * การเข้าใจมีอยู่ 2 แบบ
                               1) เป็นการเข้าใจ   โดย  After Doing
                               2) การเข้าใจโดย ไม่ได้ลงมือกระทำ
ถ้าเป็นการเข้าใจ After Doing   จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ตกผลึก
                2. งานวิจัยเรื่องผลของการฝึกอบรม ตามโครงการป้องกันความรุนแรง แบบใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยประยุกต์ใช้กลวิธีการจัดการความโกรธและการสร้างสันติวิธี  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ของโรงเรียนในจังหวัดนครนายก  โดยรศ.ดร.พรสุข  หุ่นนิรันดร์ และคณะ  โดยใช้วิธีการนั่งสมาธิ  การหัวเราะ  และการใช้สันติวิธี  ซึ่งเป็นการใช้วิธีการไกล่เกลี่ย   โดยใช้คณะกรรมการนักเรียนเข้ามาช่วย
                3.ผลงานวิจัยเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการคุ้มครองผู้บริโภค  ระหว่างบทเรียนโปรแกรมกับการสอนปกติ โดยครูสมพร  ทองสมัคร   เป็นการเปิดเป็นวิชาเพิ่มเติมและนำสู่การปฏิบัติจริง  การเรียนรู้ลักษณะนี้เป็นการเรียนรู้ที่  ทำให้เกิดการตกผลึกกับผู้เรียน
                4. เทคนิคการสอน   The  7  Steps  of Self  - Accoss  Learning   For  successful   reading  a  precis ”  
                                ขั้นที่ 1  Quick  Recall       5 นาที  ทดสอบความรู้เดิม
                               
ขั้นที่ 2  Quick  Learn      10 นาที  เรียนรู้และจดคำศัพท์ใหม่อย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ทันที
                               
ขั้นที่ 3  Quick  Use          5 นาที  นำความรู้ที่ได้ใช้ทันที
                               
ขั้นที่ 4  Quick  Pick            10  อ่านบท  อ่านอยางรวดเร็ว  จดบันทึก
                               
ขั้นที่ 5  Quick  Write         5 นาที  นำ Key words ที่บันทึกไว้มาเขียนเป็น Precis 
                                ขั้นที่ 6  Quick  Check       5 นาที  อ่านละเอียดที่เหลืออย่างรวดเร็ว
                               
ขั้นที่ 7  Quick  Test           5 นาที  ทำข้อสอบ
               
5. งานวิจัยเรื่อง การบริโภคของเยาวชน  ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  ของ  ดร.จิราภรณ์ สุภิสิงห์  โรงเรียนวัฒโนทัย  จ.เชียงใหม่  เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  โดยให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง
               
6. ผลงานทางวิชาการเรื่อง   การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  รายวิชา ว 40283  พลังงานกับชีวิต  ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  สำหรับนักเรียนที่ไม่เน้นหนักวิทยาศาสตร์  ของ อาจารย์วิสาขา  กรกีรติ  โรงเรียนสตรีนนทบุรี  เป็นการเรียนรู้จากการดำรงชีวิต ประจำวัน  เหมาะสำหรับนักเรียนโปรแกรมศิลป์  ซึ่งเรียนเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานเท่านั้น
               
7. ผลงานวิจัยเรื่องการสอนภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิคการละคร ของอาจารย์พินผกา    สมครามศรี  โรงเรียนครูแก้ว  เป็นการใช้เทคนิคการละครเข้ามาช่วยสอน  ตั้งแต่คำทักทาย  คำสนทนาสั้นๆ    ไปจนถึงละครที่เป็นเรื่องเป็นราว  โดยใช้ธรรมชาติในตัวตน  ของนักเรียนในยุคนี้เข้ามาเป็นเครื่องมือ  ยั่วยุให้นักเรียนได้กล้าแสดงออก   เด็กเก่งมีการพัฒนาขึ้นระดับหนึ่ง  แต่เด็กอ่อน  สามารถพัฒนาขึ้นได้มากกว่าเด็กเก่ง  นับว่าเป็นเทคนิควิธีสอนที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง                8. ผลงานวิจัย UNESCO Ethics Education workshop โดย Daryl  Maces  เป็นการสอนวิทยาศาสตร์   โดยสอดแทรก เกมส์เกี่ยวกับคุณธรรมเข้าไปด้วย  เนื่องจากเนื้อหาในวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในสาขาวิชาชีววิทยา  จะมีส่วนที่เชื่อมโยงไปกับนิติวิทยาศาสตร์   จะได้ฝึกให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีคุณธรรม  ฝังแน่นไปจนกระทั่งเขาจะเป็นผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ในโอกาสต่อไป
                9. เทคนิคการสอน “ Advocating  Cultural Education for Youth ”  โดย Kevin kettle เป็นการใช้วัฒนธรรมเข้ามาในการจัดการเรียนการสอน  จะทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยความเพลิดเพลิน  มีความสุข  สนุกสนาน  เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ นักเรียนได้ตกผลึก ทั้งความรู้และทั้งประเพณี  วัฒนธรรม  ที่ต้องการให้พวกเขาระลึกถึงอยู่ตลอดเวลา  ความรักชาติและรักในวัฒนธรรมประเพณี  จะได้ไม่จางหายไปเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่
                10. เทคนิคการสอน “ Challenges to Classroom  Cuture - Be yond   Chalk and Talk ”  โดย Janet  Pillai จากประเทศมาเลเซีย   เป็นการใช้ศิลปะและวัฒนธรรม  มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน  ด้วยการดึงชุมชน  และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาช่วย   พยายามที่จะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเด็ก  ดึงความสามารถเฉพาะตัวของเด็กออกมา   จะทำให้การเรียนการสอนที่มีบรรยากาศเปลี่ยนไปจากเดิม  นักเรียนสามารถแสดงออกได้ด้วยภาพ  ด้วยเสียง   ด้วยเพลง  หรือด้วยท่าทาง   จะทำให้นักเรียนเรียนด้วย  ความเต็มใจ  ได้ทั้งความรู้  และมีความสุขในขณะที่เรียน
                11. เทคนิคการสอน “ How the  Theatre Connect  what we know to what we Have Yet to know ” โดยคุณภัทราวดี  จาก ภัทราวดี  เธียร์เตอร์  ได้แนะนำให้ครูนำเทคนิคของนักแสดงมาใช้บ้าง   ครูจะสามารถสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ แสดงออกแต่สิ่งดีๆ  การแสดงพฤติกรรมที่กระฉับกระเฉง  แคล่วคล่อง  การใช้คำพูดที่ชัดเจน ออกเสียงอักขระ และวรรณยุกต์ที่ถูกต้อง   ครูสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้   จะทำให้นักเรียนเกิดการกระตือรือร้น  และตั้งใจเรียนมากขึ้น ไม่เกิดการเบื่อหน่าย   ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนดีขึ้น   นอกจากนี้ควรจะสอดแทรก  วัฒนธรรมและประเพณีเข้าไปด้วย   ให้เขาได้รู้จักตัวตนและรากเหง้าที่แท้จริงของเขา  เช่น  ให้นักเรียนวิ่งแข่งกัน   แต่พยายามกำชับว่า  จะต้องระวังอย่าให้ชนกัน  โตขึ้นเขาจะได้ไม่ขับรถชนคนอื่น  สิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องปลูกฝังให้แน่นลึกอยู่ในใจของนักเรียนมาตลอดตั้งแต่เล็กๆ  จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่เขาจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคมสืบต่อไป               

                บทสรุปสำหรับการเข้าประชุมเนื่องในโอกาสวันครูโลก
               
1.การพัฒนาการศึกษาทั่วโลกยอมรับว่า   การปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตัวครูผู้สอน   นักเรียนจะเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด  ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตัวครูผู้สอน    นักเรียนจะเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด   ขึ้นอยู่กับครู  จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเอง
                2. เป้าหมายการจัดการศึกษาในระดับโลก   มีเป้าหมายที่เหมือนกันคือ   จะจัดการเรียนการสอนอย่างไร   จึงจะทำให้นักเรียนมีความรู้ที่คงทน  ( การตกผลึก )  
                3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในทุกวิชา เป็นที่ยอมรับของทั่วโลกว่า  ครูจะต้องไม่ลืมที่จะสอดแทรก เรื่องของศาสนา   ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี  ลงไปในทุกวิชาที่ครูสอน  ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของนักเรียน  จะได้ติดตรึงแน่น อยู่ในใจเขาตลอดเวลาและพร้อมที่จะแสดงออกด้วยความภาคภูมิใจ   เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม  
                4. เป็นที่ยอมรับกันทั้งโลกว่า  การศึกษาของแต่ละประเทศ จะถูกพัฒนาไปได้กว้างไกล   จะต้องมีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม  จากชุมชน   จากภูมิปัญญาท้องถิ่น   จากองค์กรอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน

                ขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1  และโรงเรียนบางสะพานวิทยา  ที่ให้โอกาสได้เข้าร่วมประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4  ในโอกาสวันครูโลก

 

 

 

 

 

 

 

( นางประกอบ   วงศ์สำมะโน )

ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนบางสะพานวิทยา

อำเภอบางสะพาน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

 

 
 
รวมภาพบรรยากาศภายในงาน " วันครูโลก "
 
01 02 03 04 05 06
07 08 09 10 11 12
13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24
24 24 24 24 24 24
24 24 24 24 24 24
24 24 24 24 24 24
24 24 24 24 24 24
     
กลับสู่หน้าหลัก
หน้า
กลับสู่หน้าหลัก